top of page

Co-Sleeping และ Bed Sharing ฝึกนอนได้หรือไม่



พักหลังนี้มีคุณแม่หลายคนถามนุชเข้ามาเยอะ เกี่ยวกับการนอนห้องเดียวกัน หรือแม้แต่เตียงเดียวกันกับลูก ว่ามันมีผลเสียหรือผลดีอย่างไร และที่สำคัญ คือการนอนแบบนี้ เราสามารถฝึกลูกนอนยาว นอนเอง ได้หรือไม่! เพราะจากตำราฝึกลูกนอนหลายๆเล่ม มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การฝึกนอน ต้องแยกห้อง แยกเตียงเท่านั้น


คำตอบง่ายๆที่นุชมักจะตอบคุณแม่ก็คือ ฝึกได้ค่ะ ทุกสไตล์การนอน ทุกสไตล์การเลี้ยงลูก เด็กๆสามารถ (และควร) นอนยาว นอนเอง และนอนดีได้ทั้งหมด หากลูกคุณแม่ตื่นบ่อยๆกลางดึก และไม่สามารถนอนเองได้หากไม่มีตัวช่วยต่างๆ นั่นแปลว่าถึงเวลาต้องสอนน้องนอนแล้วล่ะค่ะ


แต่....แน่นอนว่าการนอนห้องเดียว เตียงเดียวกับแม่และพ่อนั้น จะทำให้การฝึกนอนยากขึ้นกว่าการแยกห้องอย่างชัดเจน เพราะเมื่อน้องเห็น หรือได้ยินเสียงพ่อแม่ รับรู้ว่าพ่อแม่อยู่ตรงนั้น เด็กๆก็มักต้องการให้พ่อแม่เข้ามาหา มาอุ้ม มากอด มาให้นมอย่างที่ทำปกติในเวลากลางวันเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ ในขณะที่เด็กที่นอนแยกเตียงและแยกห้องนั้น เมื่อไม่เห็น ย่อมไม่เรียกร้อง (หรือเรียกร้องแต่แม่ไม่ได้ยิน🤣 ) ทำให้การฝึกนอนของเด็กที่แยกห้อง ทำได้เร็วกว่าค่ะ


แต่…ก็ไม่ใช่ฝึกไม่ได้ และอันที่จริงแล้วการนอนห้องเดียวกับลูกในช่วง 6 -12 เดือนแรก เป็นสิ่งที่ The American Academy of Pediatrics แนะนำด้วยค่ะ เพราะเป็นการป้องกัน SIDS (Sudden Infant Death Syndromes) ได้ดีทีเดียว แม้จะเป็นอย่างนั้น การนอนห้องเดียวกันแต่แยกที่นอนชัดเจน เช่นให้น้องนอนเปลของตัวเอง ข้างๆเตียงคุณแม่ ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ มากกว่าการนอนเตียงเดียวกันไปเลยค่ะ


แต่....วัฒนธรรมบ้านเรา การที่แม่นอนเตียงเดียวกับลูกนั้นเป็นเรื่องธรรมด๊า ธรรมดา เพราะนอกจากจะสะดวกกับการนอนของแม่ (ไม่ต้องลุกเดินไปมา แถมงีบหลับตอนให้นมได้อีกด้วย) บางครั้งหลายๆบ้านก็ไม่สะดวกจะแยกห้อง แยกเตียง ด้วยปัญหาด้านต่างๆ แถมการที่ลูกตื่นถี่ตอนกลางคืน ก็ทำให้แม่อย่างเราตัดการแยกเตียงออกไปเลย ไม่ต้องพูดถึงการแยกห้องให้เสียเวลา ซึ่งนุชเข้าใจมากๆเลยค่ะ ว่าการตื่นกลางดึก และต้องลุกจากเตียงเดินไปห้อง (หรือเตียง) ลูกที่อยู่อีกฟากนึงนั้น แม้จะไม่ไกล แต่ก็เหมือนต้องเดินข้ามทวีปในความรู้สึกแม่ แต่…..หากยืนยันจะนอนเตียงเดียวกัน คุณแม่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสิ่งแรก เข้าไปดู Safety Check สำหรับคุณแม่ที่นอนเตียงเดียวกับลูก ได้เลยค่ะ


ทีนี้แม่ที่นอนเตียงเดียวกันกับลูกแบบนี้ จะฝึกให้น้องนอนนาน และนอนเอง ได้ยังไง นุชขอรวบรวมทริคและทิปส์ในการฝึกน้องนอนสำหรับบ้านที่ “สะดวกแบบนี้” ในการนอนเตียงเดียวกัน มาแชร์ตรงนี้ค่ะ


สอนลูกให้รู้จัก Self-Settling เป็นอย่างแรก

ปัญหาใหญ่หลวงที่ทำให้เด็กทารกตื่นมาเช็คชื่อแม่บ่อยๆ ก็คือการที่เขานอนเองไม่ได้ เพราะติดตัวช่วยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแขนอุ่น ๆ ของแม่ การอุ้มแกว่งของพ่อ หรือการเข้าเต้าแล้วหลับเท่านั้น ซึ่งหากเป็นแบบนั้น ไม่ว่าน้องจะนอนที่ไหน แยกห้อง แยกเตียงหรือไม่ น้องก็ต้องตื่นมาเรียกคุณแม่ไปหาอยู่ดีค่ะ ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำ คือสอนน้องให้นอนเองได้ ด้วยวิธีละมุนละม่อม ที่อาจจะเหนื่อยแม่หน่อย แต่ได้ผลดีในระยะยาวอย่าง Wake and Sleep เทกนิก, ตัด Sleep Props ต่าง ๆ ออกไป เพื่อให้น้องสามารถนอนต่อได้เองเมื่อตื่นขึ้นมากลางดึกค่ะ


Bedtime Routine

สำคัญมากแบบกาดอกจันล้านตัว Bedtime Routine ดี ๆ สม่ำเสมอ เป็นเวลาทุกวัน จะช่วยให้ลูกน้อยหลับเป็นเวลา ตื่นเป็นเวลา เชื่อไหมคะว่าเด็กน้อยที่มี Bedtime Routine สม่ำเสมอทุกวันนั้น จะเริ่มง่วงหงาวหาวนอนได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของ Routine เลยล่ะ เพราะเขารู้ว่าอีกเดี๋ยวก็จะได้เวลานอนแล้วนั้นเอง ซึ่ง Routine ตรงนี้ รวมถึง Morning Routine หรือ Routine ที่ต้องทำตอนตื่นนอนด้วยนะคะ



เลือกวิธีการฝึกนอนที่เหมาะสม

แน่นอนว่าการฝึกนอนนั้นมีหลายวิธี บางวิธีถูกออกแบบมาสำหรับเด็กที่นอนแยกห้อง แยกเตียง (เด็กฝรั่งส่วนมากจะนอนแยกห้องตั้งแต่เล็ก ดังนั้นเมื่อวิธีฝึกนอนตามตำราฝรั่งจึงมักจะเหมาะกับการนอนแยกห้องค่ะ) หากเลือกใช้วิธีเหล่านั้น ฝึกอย่างไรก็ไม่ได้ผล เพราะมันไม่ได้ออกแบบมาสำหรับคุณแม่ที่นอนเตียงเดียวกับลูกค่ะ แต่ก็มีบางวิธี ที่คุณแม่นอนเตียงเดียวกับน้อง ก็สามารถใช้ได้เหมือนกัน และได้ผลดีเสียด้วย! ซึ่งถ้าคุณแม่ไม่รู้ว่าควรจะใช้วิธีไหนในการฝึกนอน ทักมาคุยกันได้เลยนะคะ หรือจะแวบไปดูแพคเกจ Private Consulting ทางนี้ก่อนก็ได้ค่ะ



ตั้งความคาดหวังตามจริง

แน่นอนว่าการที่ลูกน้อยนอนอยู่ข้างๆคุณแม่ โอกาสที่เขาจะตื่นกลางดึกนั้นมากกว่าการที่เขานอนคนเดียวบนเตียงตัวเอง ลองนึกถึงตัวเราดูก็ได้ค่ะ การที่เรานอนคนเดียวนั้นเรามักจะหลับสบายกว่าการที่มีอีกคนมานอนขยับตัวอยู่ข้าง ๆ แถมเด็กทารกที่ยังต้องเข้าเต้า เมื่อได้กลิ่นนม ก็มักจะตื่นมาขอเข้าเต้าอยู่บ่อยๆเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นหากคุณแม่สะดวกที่จะนอนเตียงเดียวกับน้อง ก็ต้องตั้งความหวังตามความจริงว่า เราไม่สามารถจะฝึกให้น้องนอนหลับนิ่งสนิทได้ตลอดคืน และการฝึกนั้นอาจจะสำเร็จได้ช้ากว่าคุณแม่ที่แยกห้อง แยกเตียง และอาจจะเหนื่อยกว่าด้วยเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม เราสามารถสอนลูกเราให้นอนหลับได้นาน และนอนเองได้ เพื่อการพักผ่อนที่แสนสุขของทั้งครอบครัวค่ะ



การนอนเตียงเดียวกับลูก เป็นความอบอุ่นที่แสนสบาย และเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่ามาก ๆ สำหรับคุณแม่ คุณพ่อ และลูกน้อย หากคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญแล้ว ก็เป็นสิ่งที่ทำได้ค่ะ และแน่นอนว่าการสอนลูกนอนดี นอนเองได้ ก็จะช่วยให้ทั้งครอบครัวได้พักผ่อนเต็มที่อย่างอบอุ่น และปลอดภัย โดยไม่ต้องตาโหลเป็นหมีแพนด้ากันอีกต่อไป หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคุณแม่แน่ใจว่าแฮปปี้กับการนอนร่วมเตียงกับลูก แต่ก็ยังอยากสอนน้องนอนเองได้ และนอนได้นานขึ้น แต่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไง ให้ Little Big Dream ช่วยได้นะคะ ทักมาคุยกันได้เลยค่ะ

64 views
bottom of page